เกี่ยวกับคณะ
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และสวัสดิการสังคม ก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2533 นับเป็นคณะที่ 2 ของมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติและเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งแรกที่เปิดสอนหลักสูตรสังคมสงเคราะห์ศาสตรบัณฑิตในประเทศไทย ชื่อเดิมคือ “คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์” จนกระทั่ง พ.ศ. 2541 ได้เพิ่ม “และสวัสดิการสังคม” ลงไป เนื่องจากมีการนำหลักสูตรสังคมสงเคราะห์ศาสตรมหาบัณฑิตซึ่งเน้นการเรียนการสอนด้านสวัสดิการสังคมที่เคยสังกัดบัณฑิตวิทยาลัยมารวมเข้าในคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และสวัสดิการสังคมได้มีพัฒนาการมาเป็นลำดับ นับตั้งแต่การก่อตั้งเมื่อปี 2533 จนถึงปัจจุบัน (2564) มีพัฒนาการดังนี้
- ระยะที่ 1 ระยะการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของหลักสูตร
พ.ศ. 2533
กำเนิดในนามของคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ จัดการเรียนการสอนหลักสูตรสังคมสงเคราะห์ศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ โดยมีกลุ่มวิชาเสริมการปฏิบัติงานให้นักศึกษาเลือก 5 กลุ่ม คือ
1) กลุ่มวิชาเสริมการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ทั่วไป
2) กลุ่มวิชาเสริมการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์
3) กลุ่มวิชาเสริมการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์สาธารณภัย
4) กลุ่มวิชาเสริมการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์อุตสาหกรรม
5) กลุ่มวิชาเสริมการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ในกระบวนการยุติธรรม
พ.ศ. 2536
หลักสูตรสังคมสงเคราะห์ศาสตรบัณฑิต ได้รับการรับรองมาตรฐานการศึกษาจากทบวง มหาวิทยาลัยพร้อมทั้งได้ผ่านการรับรองวิทยฐานะของผู้จบปริญญาตรีจากสำนักงานข้าราชการพลเรือน ( กพ.) และในปีเดียวกันนี้ได้เปิดทำการสอนในหลักสูตรสังคมสงเคราะห์ศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการจัดการโครงการสวัสดิการสังคม
พ.ศ. 2538
หลักสูตรสังคมสงเคราะห์ศาสตรมหาบัณฑิต ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานจากทบวงมหาวิทยาลัยพร้อมกับได้ผ่านการรับรองวิทยฐานะของผู้จบปริญญานี้จากสำนักงานข้าราชการพลเรือน (กพ.)
พ.ศ. 2540
เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของสังคม คณะเปลี่ยนชื่อจากคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ เป็นคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และสวัสดิการสังคมและได้แบ่งการบริหารงานเป็นสาขาวิชา เป็น 5 สาขาวิชา คือ
1) สาขาวิชาสวัสดิการสังคม
2)สาขาวิชาสังคมสงเคราะห์ทั่วไป
3) สาขาวิชาสังคมสงเคราะห์สาธารณภัย
4) สาขาวิชาสังคมสงเคราะห์อุตสาหกรรม
5) สาขาวิชาสังคมสงเคราะห์การแพทย์
สำหรับสาขาวิชาสวัสดิการสังคมไม่มีกลุ่มวิชาเสริมการปฏิบัติงานสวัสดิการสังคมในระดับปริญญาตรี จัดตั้งขึ้นมาเพื่อรองรับอาจารย์ประจำหลักสูตรการจัดการโครงการสวัสดิการสังคม
พ.ศ. 2541
ทบวงมหาวิทยาลัยให้การรับรองการประเมินคุณภาพการศึกษาหลักสูตรสังคมสงเคราะห์ ศาสตรบัณฑิต ฉบับปรับปรุงใหม่ พ.ศ. 2541 ซึ่งได้เพิ่มการเปิดสอนกลุ่มวิชาเสริมการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์กระบวนการยุติธรรม ขึ้นอีก 1 ด้าน
พ.ศ. 2543
หลักสูตรสังคมสงเคราะห์ศาสตรมหาบัณฑิต ได้เสนอขอรับรองมาตรฐานการศึกษาหลักสูตร 5 ปี และมีการปรับปรุงหลักสูตร และเปลี่ยนชื่อสาขาเป็นสาขาวิชาการบริหารสังคม
พ.ศ. 2544
เป็นปีแรกที่จัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรสังคมสงเคราะห์ศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารสังคม โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่มวิชา คือ การบริหารงานสวัสดิการสังคม และบริหารและพัฒนาแรงงาน
พ.ศ. 2546
สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ได้ให้การรับรองการประเมินคุณภาพการจัดการศึกษาสาขาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ หลักสูตรสังคมสงเคราะห์ศาสตรบัณฑิต
พ.ศ. 2547
สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา ให้การรับรองเปิดดำเนินการหลักสูตรสังคมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาพัฒนาสังคม(หลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2547) และรับนักศึกษารุ่นแรก จำนวน 15 คน
พ.ศ. 2548
คณะได้ปิดรับนักศึกษาหลักสูตรสังคมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาพัฒนาสังคม แต่ดำเนินการสอนนักศึกษารุ่นที่ 1 จนสำเร็จในหลักสูตรตลอด 4 ปี หลักสูตรสังคมสงเคราะห์ศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารสังคม ได้ปิดวิชาบริหารและพัฒนาแรงงาน
พ.ศ. 2549
สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาได้ให้การรับรองหลักสูตรสังคมสงเคราะห์ศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2549) และหลักสูตรปรับปรุงฉบับนี้ได้ปรับกลุ่มเสริมการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ทั่วไป เป็นกลุ่มเสริมการปฏิบัติงานด้านครอบครัวและเด็ก
พ.ศ. 2550-2551
สำนักงานมาตรฐานการศึกษา ให้การรับรองคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และสวัสดิการสังคมในกลุ่มสาขาวิชามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ หลักสูตรสังคมสงเคราะห์ศาสตรมหาบัณฑิต ได้ทำการวิจัยและดำเนินการการปรับปรุงหลักสูตร เพื่อเสนอขอรับรองจากสภามหาวิทยาลัยในปีการศึกษา 2550
คณะฯ มุ่งพัฒนาหลักสูตรทางเลือกใหม่ 2 หลักสูตร คือหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต (สาขาวิชาการบริหารสังคม) และหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (สาขาการบริหารความรับผิดชอบต่อสังคม) แต่ทั้งสองหลักสูตรยังไม่ได้เปิดทำการสอน
- ระยะที่ 2 ระยะการพัฒนาสู่การบริการสังคมและการวิจัย
นับจากปีการศึกษา 2542 เป็นต้นมา คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และสวัสดิการสังคมได้พัฒนางานสู่งานบริการวิชาการและพัฒนาสังคม โดยคณาจารย์ในคณะฯได้รับการยอมรับจากภายนอกในการรับเชิญเป็นวิทยากร ที่ปรึกษา ต่อมาได้ร่วมเป็นทีมวิจัยกับสถาบันภายนอก เช่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)
ปีการศึกษา 2548 ถึงปี 2551 คณาจารย์ในคณะพัฒนาความเข้มแข็งสามารถเป็นหัวหน้าทีมวิจัยเป็นจำนวนมากขึ้น และขยายทีมงานไปสู่การรับคณาจารย์ในมหาวิทยาลัยร่วมเป็นทีมวิจัยและมีผลงานวิจัยตีพิมพ์และเผยแพร่มากขึ้น
พ.ศ. 2552
คณะฯ ได้ทำความร่วมมือทางวิชาการกับองค์กรพัฒนาเอกชน (มูลนิธิพระมหาไถ่) ในการดำเนินการจัดตั้งศูนย์ศึกษาความพิการเชิงสังคม เพื่อการวิจัยเฉพาะทาง ส่วนงานบริการวิชาการได้ดำเนินการในรูปของโครงการ การเป็นที่ปรึกษา และเป็นวิทยากรให้หน่วยงานต่าง ๆ เช่น เป็นที่ปรึกษาการจัดทำระบบฐานข้อมูลในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน
พ.ศ. 2553 -2554
คณะฯ ได้พัฒนาหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชานโยบายและการบริหารงานสวัสดิการสังคม ซึ่งเปิดทำการเรียนการสอนในภาค 1 ปีการศึกษา 2555 รวมทั้งได้ดำเนินการความร่วมมือการบริการวิชาการร่วมกับองค์กรภายนอก เช่น มูลนิธิกองทุนไทย กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงยุติธรรม เป็นต้น
พ.ศ. 2555
คณะฯ ได้ปรับปรุงหลักสูตรสังคมสงเคราะห์ศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ฉบับ พ.ศ. 2555 และเปิดทำการเรียนการสอนในภาค 1 ปีการศึกษา 2555 และปรับปรุงหลักสูตรสังคมสงเคราะห์ศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารสวัสดิการสังคม พ.ศ. 2555 โดยเปิดการเรียนการสอนในภาค 1 ปีการศึกษา 2556
พ.ศ. 2557
คณะฯ ได้ปรับปรุงหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชานโยบายและการบริหารงานสวัสดิการสังคม เป็นสาขาวิชาการบริหารสวัสดิการสังคม
พ.ศ. 2559
คณะฯ ได้ปรับปรุงหลักสูตรสังคมสงเคราะห์ศาสตรบัณฑิต สาขาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ และหลักสูตรสงเคราะห์ศาสตรมหาบัณฑิต สาขาบริหารสวัสดิการสังคมให้มีความทันสมัยมากขึ้น
พ.ศ. 2560
คณะฯ ดำเนินการเปิดสอนทั้งระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และระดับปริญญาเอก ทั้งหมด 3 หลักสูตร คือ
1) หลักสูตรสังคมสงเคราะห์ศาสตรบัณฑิต สาขาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์
2) หลักสูตรสังคมสงเคราะห์ศาสตรมหาบัณฑิต สาขาบริหารสวัสดิการสังคม
3) หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารสวัสดิการสังคม
พ.ศ. 2562
คณะฯ ได้ปรับปรุงหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาชาวิชาการบริหารสวัสดิการสังคม ฉบับปรับปรุง พ.ศ 2562 และเปิดการเรียนการสอนในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562
พ.ศ. 2564
คณะฯ ได้ปรับปรุงหลักสูตรสังคมสงเคราะห์ศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ และปรับปรุงหลักสูตรสังคมสงเคราะห์ศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารสวัสดิการสังคม โดยเปิดการเรียนการสอนในภาค 1 ปีการศึกษา 2565
พ.ศ.2566
หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารสวัสดิการสังคม เป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรม Reginal Writing Workshop ร่วมกับ University of York ภายใต้โครงการ Writing Workshop on Social Welfare for Sustainable Development in Southeast Asia (Alumni and Expansion) โดยร่วมกับ University of York ได้รับการสนับสนุบงบประมาณจาก British Academy มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพของนักวิชาการของมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่เปิดสอนสวัสดิการสังคมและสังคมสงเคราะห์ ในการเขียนบทความเป็นภาษาอังกฤษให้ได้มาตรฐานสากล เพื่อตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติ ในฐานข้อมูล เป็นระยะเวลา 2 ปี ระหว่างเดือนมิถุนาย 2566 – มีนาคม 2568
พ.ศ. 2567
คณะฯ ได้ปรับปรุงหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาชาวิชาการบริหารสวัสดิการสังคม ฉบับปรับปรุง พ.ศ 2567 และเปิดการเรียนการสอนในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567
พ.ศ.2568 – 2569
คณะฯ ดำเนินโครงการวิจัยประเมินหลักสูตรสังคมสงเคราะห์ศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2565) และหลักสูตรสังคมสงเคราะห์ศาสตรมหาบัณฑิต (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2565) เพื่อเปิดดำเนินการเรียนการสอนในปีการศึกษา 2570
วิสัยทัศน์/พันธกิจ/ปรัชญา/อัตลักษณ์
วิสัยทัศน์ พันธกิจ ปรัชญาการศึกษาและอัตลักษณ์
มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
วิสัยทัศน์
เป็นแหล่งเรียนรู้ชั้นนำด้านจีนศึกษาและวิทยาศาสตร์สุขภาพ
พันธกิจ
- พัฒนามหาวิทยาลัยให้เป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตของคนสามวัย มีความโดดเด่นด้านจีนศึกษาและด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ มีคุณภาพในระดับชาติและระดับนานาชาติ
- สร้างผลงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาชุมชนและสังคม ที่สร้างมูลค่าและนําไปต่อยอดเชิงพาณิชย์ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ
- บริการวิชาการที่บูรณาการกับการเรียนการสอนและวิจัย เพื่อพัฒนาชุมชน สังคม และก่อให้เกิดรายได้
- อนุรักษ์สืบสาน ต่อยอด ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น และศิลปวัฒนธรรมไทย- จีน
- บริหารจัดการและพัฒนาองค์กรตามหลักธรรมาภิบาล ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และโมเดลเศรษฐกิจ BCG เพื่อมุ่งสู่การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน
ปรัชญาการศึกษา
จัดการศึกษาให้ผู้เรียนเป็นผู้รู้จริง ปฏิบัติงานได้จริง มีคุณธรรม และอุทิศตนรับใช้สังคม
อัตลักษณ์
“ยึดมั่นในคุณธรรม 6 ประการ (ขยัน อดทน ประหยัด เมตตา ซื่อสัตย์ กตัญญู) ปฏิบัติตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเรียนรู้เพื่อรับใช้สังคม”
วิสัยทัศน์ พันธกิจ ปรัชญาการศึกษาและอัตลักษณ์
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และสวัสดิการสังคม มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
วิสัยทัศน์
เป็นแหล่งบ่มเพาะนักสังคมสงเคราะห์การแพทย์และฟื้นฟูผู้ประสบสาธารณภัย
พันธกิจ
- ด้านการผลิตบัณฑิต เป็นแหล่งบ่มเพาะนักสังคมสงเคราะห์การแพทย์และฟื้นฟูผู้ประสบสาธารณภัย และนักบริหารสวัสดิการสังคมที่ได้มาตรฐานวิชาชีพ
- ด้านการวิจัย สร้างผลงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาบุคคล ครอบครัว ชุมชนและสังคม และตอบโจทย์การพัฒนางานสังคมสงเคราะห์และระบบสวัสดิการสังคมของประเทศ
- ด้านการบริการวิชาการบริการวิชาการที่บูรณาการกับการเรียนการสอนและวิจัย เพื่อพัฒนาชุมชน สังคม และก่อให้เกิดรายได้
- ด้านการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม อนุรักษ์ สืบสาน ต่อยอด ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น และศิลปวัฒนธรรมไทย- จีน
ยุทธศาสตร์
- ผลิตบัณฑิตทีมีความรู้และทักษะการปฏิบัติสังคมสงเคราะห์ ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการจัดกระบวนการเรียนรู้ ที่มุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรม
- มุ่งเน้นนวัตกรรมวิจัยทางสังคมสงเคราะห์ และสวัสดิการสังคม โดยได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากแหล่งทุนภายนอก
- ให้บริการวิชาการที่ตอบสนองความต้องการของหน่วยงานภายนอก สร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนแก่ชุมชนและสังคม
- ขับเคลื่อน สืบสานทุนทางสังคมและวัฒนธรรมไทย – จีน เพื่อส่งเสริมการพึ่งตนเองและการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน
- บริหารจัดการคณะและสิ่งแวดล้อมอย่างพอเพียง และมีประสิทธิภาพตามหลักธรรมาภิบาล
